Wed. May 25th, 2022

“อนุดิษฐ์” ตีปี๊บซักฟอกปูด‘ขยะพิษบิ๊กเนม’โยงทุจริต


2 ก.พ. 2563 / น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวยืนยันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ ผู้อภิปรายทุกคนจะใช้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบมาแล้วเท่านั้น จะไม่มีการอภิปรายใส่ร้ายป้ายสีอย่างเด็ดขาด ซึ่งผู้อภิปรายทุกคนจะยึดเอาเนื้อหาที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศและประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยยังยืนกรอบการอภิปรายไว้ 3 ด้านเหมือนเดิม คือ
1.ความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต่อทุกปัญหาของรัฐบาล ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สังคม การท่องเที่ยว การส่งออก ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ปัญหายาเสพติด ภัยแล้ง น้ำท่วม ฝุ่นพิษหรือโรคระบาดจากไวรัสโคโรนา ที่ผู้นำรัฐบาลขาดวิสัยทัศน์และความรู้ความสามารถในการจัดการกับปัญหา รวมทั้งขาดภาวะความเป็นผู้นำในภาวะวิกฤติ ที่จะสร้างความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับประชาชนได้
2.การทุจริตจากการออกนโยบายที่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ซึ่งทุกนโยบายที่ออกมาตั้งแต่โครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การแจกเงินตามโครงการชิมช้อปใช้ หรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกหรืออีอีซี ล้วนแล้วแต่เอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มเจ้าสัว ทำให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่รวยขึ้น ขณะที่คนธรรมดากลับยากจนลง เกิดช่องว่างความเหลื่อมล้ำทางสังคม หรือ “รวยกระจุก จนกระจาย” ซึ่งจะเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศในระยะยาว
3.การทุจริตคอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นในหลายโครงการและหลายกระทรวง พบว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์สูงยิ่งกว่าที่เคยมีการกล่าวหากันมาในอดีต โดยไม่คำนึงถึงเนื้องานและประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ แต่กลับคำนึงถึงแต่ค่าส่วนต่างของโครงการ จนมีการร้องเรียนมานับครั้งไม่ถ้วน แต่รัฐบาลก็ไม่สนใจ ซึ่งเมื่อฝ่ายค้านเข้าไปตรวจสอบจึงพบว่ามีพวก “ขยะพิษ” ระดับบิ๊กเนมเข้าไปเกี่ยวข้อง ผลที่เกิดขึ้นจึงไม่น่าแปลกใจที่องค์การเพื่อความโปร่งใสนานาชาติจัดอันดับให้ไทยมีการคอรัปชั่นมากขึ้นยิ่งกว่าในอดีต แซงประเทศอื่นๆหลายประเทศในอาเซียนไปเป็นที่เรียบร้อย

POST